วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ไม่หายใจ..ใจหาย..กำลังใจ..ทุกอย่างอยู่ที่ใจ

เสียงโทรศัพท์ที่ปลุกให้ตื่นนอนเมื่อเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา (30 พฤษภาคม 2558) เป็นสัญญาณแห่งความสูญเสียครั้งใหญ่ในชีวิต เสียงแม่ที่บอกว่าพ่อเสียชีวิตแล้ว ทำให้ตกใจ ใจหาย และรู้สึกหลายอย่างเกินจะบรรยายได้เพราะไม่ได้คาดคิดมาก่อน

น้องสาวเล่าให้ฟังว่าคืนวันศุกร์พ่อเข้านอนตามปกติ แต่เช้าวันเสาร์น้องเข้าไปพบว่าพ่อนอนเหมือนคนนอนหลับปกติแต่ไม่หายใจ ใครๆ ก็บอกว่าพ่อไปสบาย ไม่ต้องเจ็บ ไม่ต้องทรมาน นอนหลับแล้วไม่ตื่นเหมือนกับย่าที่เพิ่งเสียชีวิตเมื่อปลายปีที่แล้วด้วยอาการเดียวกัน

เมื่อเดินทางไปถึงวัด ทั้งศาลาว่างเปล่า มีเพียงร่างแน่นิ่งของพ่อที่พระบอกว่ารอเจ้าภาพมาจัดการ วินาทีนั้นยอมรับว่าทำอะไรไม่ถูกเลย มองหน้าน้องสาวและน้องชายที่ยืนอยู่ข้างๆ แล้วด้วยความเป็นพี่คนโตก็ต้องตั้งสติและเริ่มลำดับว่าจะต้องทำอะไรบ้าง

ตลอดระยะเวลาหลายวันในงานมีภารกิจต้องทำมากมายจนไม่มีเวลาเศร้า ไม่มีเวลาร้องไห้ แต่ในใจรู้สึกว่างเปล่า ใจหาย แขนขาเหมือนไม่มีแรง

สิ่งสำคัญที่ทำให้ยืนอยู่ได้ในช่วงเวลาที่ผ่านมาคือกำลังใจจากญาติ พี่ เพื่อน และน้องๆ...ขอขอบคุณสำหรับกำลังใจอันยิ่งใหญ่จากทุกๆ ท่านที่ทำให้ก้าวผ่านความทุกข์จากความสูญเสียครั้งนี้และยืนได้อย่างมั่นคงอีกครั้ง...ขอบคุณมากจริงๆ





วันเสาร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2557

สุดแสนเสียดาย

ย้อนไปหลายปีก่อนเมื่อครั้งที่ยังเรียนระดับปริญญาตรี ในวิชา "การสอนค่านิยม" ซึ่งเป็นหนึ่งในวิชาบังคับของนิสิตคุรุทายาท เอกการประถมศึกษา คาบแรกที่เรียนวิชานี้อาจารย์เริ่มต้นการสอนด้วยคำถามว่า "ถ้าคุณเสียชีวิต คุณอยากให้คนที่ยังอยู่พูดถึงคุณว่าอย่างไร" พวกเราฟังคำถามแล้วก็เริ่มคิด ใครตอบก่อนก็จะได้เปรียบ คนตอบทีหลังก็ต้องพยายามตอบไม่ซ้ำกับเพื่อน พอพวกเราตอบครบทุกคนแล้วอาจารย์ก็บอกว่าอาจารย์อยากให้คนพูดถึงอาจารย์คำเดียวสั้นๆ ว่า "สุดแสนเสียดาย"

วันที่กำลังเขียนบล็อกอยู่นี้คือวันที่ 27 ธันวาคม 2557 ซึ่งเป็นวันที่พวกเรานิสิตคุรุทายาทในห้องนั้นจะเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมศพเพื่อนคุรุทายาทร่วมชั้นเรียนของเราซึ่งเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง

ในฐานะที่เป็นบัณฑิตโครงการคุรุทายาท เพื่อนคนนี้ได้ทำหน้าที่ครูผู้สอนในโรงเรียนซึ่งตั้งอยู่ในภูมิลำเนาของตนเอง และเติบโตในเส้นทางสายการศึกษา ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนที่พยายามพัฒนาโรงเรียนเล็กๆ ให้มีคุณภาพ ส่งเสริมครูในโรงเรียนให้ทำหน้าที่พัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียนอย่างเต็มศักยภาพ

วันนี้เราได้สูญเสียบุคลากรทางการศึกษาที่แม้จะเป็นเพียงเฟืองตัวเล็กๆ ในระบบการศึกษาไทยแต่ก็เป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่ามาก ถ้าวันนี้และพรุ่งนี้เพื่อนยังอยู่ พวกเราเพื่อนๆ คุรุทายาททุกคนเชื่อว่าเพื่อนของเราก็จะอุทิศตนเพื่อพัฒนาการศึกษาไทยอย่างที่เคยทำมาตลอดชีวิต

จำไม่ได้ว่าในวิชา "การสอนค่านิยม" เพื่อนตอบอาจารย์ว่าอย่างไร แต่วันนี้พวกเราคุรุทายาททุกคนคงรู้สึกเหมือนกันว่า "สุดแสนเสียดาย" เพื่อนรักของเรา ผอ.อนุชา จ้อยกุล คุรุทายาท มหาวิทยาลัยบูรพา

วันอังคารที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ห้องเรียนออนไลน์ของผักกาดกับส้ม

ช่วงปลายเดือนที่แล้วมีนักเรียนมัธยมปลายจากปักธงชัย นครราชสีมา ส่งเมล์มาบอก "หนูอยากเรียนภาษาเกาหลี แต่หนูอยู่ต่างจังหวัด มีเรียนออนไลน์มั้ยคะ"...แล้วเมล์ฉบับนั้นก็เป็นจุดเริ่มต้นของห้องเรียนออนไลน์ที่ครูผู้สอนอยู่นนทบุรี นักเรียนสองคนอยู่นครราชสีมา ในยุคที่อินเทอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรา การติดต่อสื่อสารกันแบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ไม่ใช่เรื่องยาก และไม่ใช่สิ่งพิเศษใดๆ แต่สิ่งที่น่าสนใจอยู่ที่พฤติกรรมการเรียนของนักเรียน

ในช่วงเวลาสองสัปดาห์นับจากวันที่เริ่มออนไลน์จนถึงวันที่เขียนบันทึกนี้มีสิ่งดีๆ ที่เป็นความประทับใจและอยากให้เกิดขึ้นอีกในห้องเรียนทุกๆ ห้อง สิ่งแรกคือความตรงต่อเวลาของนักเรียนทั้งสองคน ทันทีที่คลิกเม้าส์เข้าสู่ห้องเรียนออนไลน์จะพบว่าส้มกับผักกาดรออยู่แล้วทุกครั้ง ถึงแม้ครูจะออนไลน์ก่อนเวลาที่กำหนดแต่นักเรียนก็รออยู่ก่อนแล้วทุกครั้ง

นอกจากความตรงต่อเวลาแล้ว ความสนใจในการเรียนของส้มกับผักกาดทำให้ครูสนุกไปด้วย สีหน้าท่าทางที่กระตือรือร้น แววตาที่ตั้งใจและสนุกกับการเรียนรู้ทำให้เวลาสองชั่วโมงของแต่ละวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว และทำให้ครูต้องตั้งตารอที่จะได้พบกับนักเรียนในวันต่อไป

ครูจำได้ว่าวันแรกที่เราออนไลน์กัน ผักกาดเจออุปสรรคทางด้านเทคโนโลยี เริ่มจากออนไลน์แล้วไม่พบใครในกลุ่ม กว่าจะหาทางเข้ามาได้ก็ไม่ใช่ง่าย พอเข้ามาได้แล้วก็พบปัญหาจากสัญญาณอินเทอร์เน็ตทำให้สะดุดอยู่หลายครั้ง แต่ผักกาดก็ไม่ย่อท้อ พยายามแก้ไขปัญหาโดยมีส้มซึ่งนั่งอยู่ที่บ้านตนเองแต่ก็พยายามโทรศัพท์หาผักกาดและช่วยกันแก้ไข ตลอดเวลาที่ครูนั่งสังเกตการแก้ปัญหาของส้มและผักกาดมีสิ่งที่ครูชื่นชมคือทั้งสองคนไม่มีทีท่าเบื่อหน่ายหรือบ่นอะไรกับปัญหาที่เกิดขึ้นเลย

ส้มกับผักกาดเป็นตัวอย่างของการเรียนรู้ที่ก้าวผ่านอุปสรรคเรื่องระยะทางโดยใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ ประกอบกับความตั้งใจในการเรียนของทั้งสองคนเป็นสิ่งที่พิสูจน์ให้เห็นว่าห้องเรียนออนไลน์ก็สามารถเรียนรู้ได้อย่างสนุกและมีประสิทธิภาพไม่แพ้ห้องเรียนปกติเลยจริงๆ ค่ะ